ขอสัญชาติเยอรมันในเบอร์ลิน: ประสบการณ์จริงและระยะเวลารอ
ทำไมถึงเขียนบทความนี้
บทความนี้เป็นประสบการณ์ขอสัญชาติเยอรมันในเบอร์ลินของฉัน ตั้งแต่เริ่มคิดจนได้รับจริงในช่วงปี 2021–2023
ช่วงเวลานั้นยังอยู่ภายใต้กฎหมายสัญชาติฉบับเดิม (ก่อนการแก้ไขปี 2024)
ดังนั้นรายละเอียดด้านกฎหมาย ขั้นตอน หรือเงื่อนไขบางอย่างในบทความนี้ อาจไม่ตรงกับกฎหมายปัจจุบัน และไม่ควรใช้เป็นข้อมูลทางกฎหมาย แต่ใช้เพื่อเข้าใจภาพรวมของกระบวนการจริง และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางเท่านั้น
หลังจากเรียนจบ ฉันก็ย้ายมาอยู่เบอร์ลิน อยู่ที่นี่หลายปี แต่ไม่เคยรีบขอสัญชาติ ไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ แต่เพราะคิดว่า “สักวันค่อยทำก็ได้” จนวันที่เริ่มหาข้อมูลจริง ๆ ถึงรู้ว่าการขอสัญชาติในเบอร์ลินไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่หวัง ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมีจำนวนมาก บางอย่างใช้ไม่ได้กับเมืองนี้ หลายเรื่องขึ้นอยู่กับเขต เจ้าหน้าที่ และรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่มีใครบอกล่วงหน้า
เบอร์ลินขึ้นชื่อว่าใช้เวลานาน บางคนรอไม่กี่เดือน บางคนรอหลายปี — ฉันอยู่ในกลุ่มหลัง
บทความนี้ไม่ใช่คู่มือกฎหมาย และไม่ใช่คำแนะนำทางราชการ แต่เป็นบันทึกของคนหนึ่งที่ผ่านกระบวนการเริ่มคิด → ยื่นเอกสาร → รอ → ได้สัญชาติ ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ ขอสัญชาติเยอรมันในเบอร์ลินจากประสบการณ์จริง บทความนี้อาจช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น
Timeline การขอสัญชาติเยอรมันในเบอร์ลิน
ในช่วงเวลานั้น ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มกระบวนการจนได้รับสัญชาติจริงอยู่ราวสองปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาปกติของผู้สมัครในเบอร์ลิน
- 2010 มาถึงเยอรมนี
- 2012 เรียนจบและย้ายมาเบอร์ลิน
- 2019 ได้ Niederlassungserlaubnis
- 2021 เริ่มยื่นเรื่องขอสัญชาติเยอรมัน
- 2022 ส่งเอกสารครบ
- 2023 ได้รับสัญชาติเยอรมัน
ข้อมูลกฎหมายปัจจุบัน (อัปเดตหลังปี 2024)
ประสบการณ์ในบทความนี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2021–2023 ซึ่งยังอยู่ภายใต้กฎหมายสัญชาติฉบับเดิม
ปัจจุบันเยอรมนีได้แก้กฎหมายสัญชาติ (มีผลปี 2024) ทำให้เงื่อนไขบางอย่างเปลี่ยนไป เช่น ระยะเวลาพำนักและการถือหลายสัญชาติ ดังนั้นส่วนต่อจากนี้เป็น ประสบการณ์ตามกฎหมายเดิมในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่คู่มือกฎหมายปัจจุบัน แต่เป็นภาพของกระบวนการจริงที่เกิดขึ้น
หมายเหตุเกี่ยวกับกฎหมายปัจจุบัน
การถือสองสัญชาติ ไทย–เยอรมัน ต้องสละไหม
ตอนที่ฉันทำเรื่องของสัญชาติในปี 2022 นั้น ยังเป็นกฏหมายเก่า และมีคำถามที่คนไทยถามมากที่สุดก่อนขอสัญชาติเยอรมันคือ ต้องสละสัญชาติไทยหรือไม่ ในแบบฟอร์มสมัครจะมีคำถามเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการถือหลายสัญชาติ ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าจำเป็นต้องเลือกเพียงสัญชาติเดียว
ตั้งแต่ 27 มิถุนายน 2024 เป็นต้นมา เยอรมนีอนุญาตถือหลายสัญชาติเป็นหลักทั่วไป สำนักงานต่างประเทศเยอรมนี (Auswärtiges Amt) ประกาศว่า กฎหมายปรับปรุงกฎหมายสัญชาติได้มีผลบังคับใช้ ผู้ที่ทำงานอยู่ในเยอรมนีและบูรณาการเข้ากับสังคมได้ดี สามารถขอรับสัญชาติเยอรมันได้เร็วขึ้น คือหลังจาก 5 ปี แทนที่จะเป็น 8 ปี ดังนั้น ผู้ขอสัญชาติเยอรมันไม่ต้องสละสัญชาติเดิมอีกต่อไป
เยอรมนียอมรับสองสัญชาติหรือไม่
โดยหลักกฎหมาย เยอรมนีเคยยึดหลักให้ผู้ขอสัญชาติต้องมีสัญชาติเดียว แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้ใช้กับทุกประเทศเหมือนกัน สำหรับผู้สมัครชาวไทย หน่วยงานในหลายเมืองรวมถึงเบอร์ลินรับทราบว่าไทยไม่ได้บังคับให้สละสัญชาติเมื่อได้รับสัญชาติใหม่ ทำให้กรณีของคนไทยส่วนใหญ่สามารถถือสองสัญชาติได้ นั่นหมายความว่าการได้รับสัญชาติเยอรมันไม่ได้ทำให้สถานะความเป็นคนไทยหายไปโดยอัตโนมัติ
ปัจจุบัน เยอรมนียอมรับการถือหลายสัญชาติเป็นหลักทั่วไปตามกฎหมายใหม่ (2024)
ในใบสมัครต้องเลือกอะไร
ในใบสมัครมีคำถามหนึ่งที่ฉันใช้เวลามองอยู่นานกว่าช่องอื่นทั้งหมด เป็นคำถามเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการถือหลายสัญชาติ และให้ยืนยันว่าจะสละสัญชาติเดิมหลังได้รับสัญชาติใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอ่านมาหลายแหล่งว่าคนไทยถือสองสัญชาติได้ แต่พอเห็นประโยคภาษาเยอรมันจริง ๆ กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช่คำถามทั่วไป แต่เหมือนเป็นการให้คำมั่นอะไรบางอย่าง
ฉันลองหาประสบการณ์ของคนอื่น มีตัวอย่างประโยคให้ใช้ มีคนบอกว่าเลือกอันนั้นอันนี้ได้เหมือนกัน แต่ทุกคนอยู่คนละเมือง คนละเขต ยิ่งอ่านยิ่งไม่มั่นใจว่า “ใช้ได้” หรือแค่ “เคยใช้ได้” เรื่องเอกสารแบบนี้ ฉันอยากให้มันถูกตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ใช่ส่งไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง ฉันจึงตัดสินใจไปพบทนาย
คำตอบจากทนายในครั้งนั้นคือ สำหรับผู้สมัครชาวไทย เจ้าหน้าที่ย่อมรู้ว่าถือสองสัญชาติได้อยู่แล้ว หลังจากนั้น ช่องที่เคยดูกดดันที่สุด ก็กลายเป็นแค่ช่องหนึ่งในแบบฟอร์ม
คนไทยต้องสละสัญชาติไทยไหม
ผู้สมัครชาวไทยไม่จำเป็นต้องสละสัญชาติไทยเมื่อได้รับสัญชาติเยอรมัน หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองทราบว่ากฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้สละสัญชาติเดิม และสามารถมีหลายสัญชาติได้
คุณสมบัติพื้นฐานในการขอสัญชาติเยอรมัน
ก่อนเริ่มทำเรื่อง ฉันพยายามหาว่าตัวเอง “มีสิทธิสมัครหรือยัง” มากกว่าจะหาว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร
เพราะในเยอรมนี การยื่นได้ไม่ได้ขึ้นกับเอกสารอย่างเดียว แต่ขึ้นกับสถานะการพำนัก ระยะเวลาที่อยู่ และเงื่อนไขทางกฎหมายอีกหลายอย่าง
ข้อมูลแต่ละเว็บไซต์อธิบายคล้ายกัน แต่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ระยะเวลาที่อยู่นับแบบไหน ช่วงที่เป็นนักเรียนรวมไหม ย้ายเมืองต้องเริ่มใหม่หรือเปล่า ยิ่งอ่านยิ่งไม่แน่ใจว่ามีคำตอบเดียวจริงหรือไม่ ดังนั้น สิ่งที่ชัดที่สุดกลับไม่ใช่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แต่เป็นการให้เจ้าหน้าที่ (Sachbearbeiter) ประเมิน
ผู้สมัครที่สถานะใกล้กันอาจถูกขอเอกสารต่างกัน หรือใช้เวลาต่างกันได้ รายละเอียดต่อไปนี้จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเคสของฉันในช่วงปี 2021–2023 ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงระยะเวลา และขั้นตอนของทุกเคสได้
สิ่งที่ต้องมีเป็นพื้นฐานก่อนเริ่มขอสัญชาติ (Voraussetzungen) สำหรับเมืองเบอร์ลินที่แจ้งไว้ในเว็บไซต์ (ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2022) ที่ฉันคิดว่าสำคัญ คือ
- ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี
ทั้งนี้ หากมีบุตร มีคู่สมรสชาวเยอรมัน มีวุฒิการศึกษา ความสามารถทางภาษาเยอรมันที่ B1 ซึ่งจำนวน การนับจะแตกต่างกันไประหว่าง 3-8 ปีแล้ว แต่กรณี
- มีสัญชาติและหนังสือเดินทางที่ยืนยันตัวตนชัดเจน
- ถือบัตรพำนักอาศัยตามที่กำหนด
- ไม่ได้ขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล (Arbeitslosengeld II หรือ Hartz IV หรือ Bürgergeld)
- ทักษะภาษาเยอรมันขั้นต่ำที่ B1
- มีความรู้เรื่องกฏหมายและสิทธิในเยอรมนี
หมายเหตุ
ประสบการณ์ในบทความนี้เกิดขึ้นช่วงปี 2021–2023 ภายใต้กฎหมายเดิม
ส่วนข้อมูลด้านล่างเป็นกฎหมายปัจจุบัน (อัปเดต 2024+) เพื่อให้เข้าใจบริบทเท่านั้น
- เยอรมนี: อนุญาตหลายสัญชาติเป็นกฎหมายหลัก (ตั้งแต่ 2024)
- ไทย: ไม่ห้ามหลายสัญชาติ
คนไทยสามารถถือสัญชาติไทย + เยอรมันได้โดยถูกกฎหมายทั้งสองประเทศ
สำหรับข้อมูลล่าสุดของเบอร์ลิน (กุมภาพันธ์ 2026) อ่านได้จากที่นี่
ขั้นตอนจริงในการสมัครในเบอร์ลิน
ติดต่อสำนักงานเขต และ การปรึกษาครั้งแรก
ในเบอร์ลิน ต้องติดต่อสำนักงานเขต (Bürgeramt) ทางอีเมลเพื่อแจ้งจุดประสงค์ในการขอสัญชาติเยอรมัน ไม่สามารถจองคิวออนไลน์เหมือนธุระอื่นๆ
ฉันส่งอีเมลไปยังสำนักงานเขต พร้อมกับให้รายละเอียดเบื้องต้นเพื่อแนะนำตัว (ปี 2021) ดังนี้
- ระยะพำนักในเยอรมนี 11 ปี โดยอาศัยอยู่ในเบอร์ลินตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา
- จดทะเบียนกับชาวเยอรมันและถือวีซ่าถาวร (Niederlassungserlaubnis) มาแล้ว 2 ปี
- วุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันในเยอรมนี
- ประกาศนียบัตรผลสอบระดับ B1 ของ DTZ (Deutsch- Test für Zuwanderer)
- ปัจจุบันนี้ทำงานประจำเต็มเวลาที่ขึ้นตรงกับวิชาที่เรียนจบมา
ไม่กี่วันต่อมา เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสตอบกลับเพื่อนัดคุยทางโทรศัพท์ การคุยครั้งนั้นเรียกว่า Erstberatung หรือการปรึกษาครั้งแรก คำถามที่ถูกถามไม่ได้เกี่ยวกับเอกสารมากนัก แต่เป็นเรื่องทั่วไปมากกว่า มาที่เยอรมนีเมื่อไหร่ เรียนอะไร ทำงานหรือยัง ใช้ภาษาอะไรในชีวิตประจำวัน แล้วจึงสรุปว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และจะส่งรายการมาให้ทางไปรษณีย์
เมื่อได้รับจดหมาย ก็พบว่า Bürgeramt ไม่ได้ขอเอกสารเบื้องต้นอะไรมากมาย และฉันมีครบเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงผลสอบสัญชาติเยอรมัน (Einbürgerungstest) จาก Bundesamt für Migration und Flüchtlinge ที่ฉันสอบล่วงหน้าไปก่อนแล้ว สุดท้าย ฉันเลือกจึงที่จะรอให้เอกสารครบตามรายการทั้งหมดก่อนแล้วค่อยส่งกลับไปทีเดียว เพื่อป้องกันความสับสนว่าส่งอะไรไปแล้วบ้าง
ตอนนั้นฉันตั้งใจจะรอให้ได้ผลสอบก่อนแล้วค่อยนัดกับเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างช้าไปกว่าที่คิดคือความไม่แน่ใจเรื่องการเขียนเหตุผลที่จะไม่สละสัญชาติไทย จึงต้องการพบทนายก่อนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งกว่าจะได้เจอทนายก็เดือนถัดไป
ฉับคุยกับทนายแค่ 15 นาทีเท่านั้น แต่ฉันกลับรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่า เราทำสิ่งใดได้บ้าง และแนวทางต่อไปจะเป็นแบบไหน ทางทนายเองเพิ่มความมั่นใจให้อีกว่า เคสนี้ไม่มีน่าปัญหาอะไร เพราะมันไม่ซับซ้อน
ค่าบริการครึ่งชั่วโมงแรกอยู่ที่ 89 ยูโร 25 เซ็นต์ ถ้านานกว่านั้นจะคิดเพิ่มนาทีละ 3 ยูโรสำหรับคำปรึกษา (ปี 2022)
การเตรียมเอกสาร และเอกสารที่ต้องใช้
เอกสารที่ต้องใช้
- แบบฟอร์มใบสมัคร Antrag auf Einbürgerung ที่ต้องเขียนด้วยลายมือด้วยตัวเอง
- สูติบัตร
- สัญญาเช่าที่พัก
- สัญญางาน
- หลักฐานระดับภาษาเยอรมัน
- ผลสอบการขอสัญชาติ (Einbürgerungstest)
โดยรวมไม่ซับซ้อนอะไร ยกเว้นแค่สองเรื่องเท่านั้น
อย่างแรกคือใบสูติบัตร
ถึงฉันจะแสดงใบแปลใบเกิดเป็นภาษาเยอรมันที่ผ่านการรับรองแล้ว (Legalisierung) แต่เจ้าหน้าที่ต้องการเอกสารตัวจริง ด้วย ตอนแรกนึกว่าเข้าใจผิด แต่พอถามซ้ำสองครั้งก็ถึงทราบว่า ต้องใช้ใบเกิดที่เขียนเป็นภาษาไทยเพื่อส่งเข้าระบบด้วย
อย่างที่สองคือบัตรพำนักอาศัย
ขณะนั้น ฉันถือใบพำนักถาวรในเยอรมนีแล้ว แต่บัตรพำนักดังกล่าวหมดอายุไปก่อนที่จะเข้าพบเจ้าหน้าที่เขตเพียงสามวัน แม้ทำเรื่องขอบัตรใบใหม่มาแล้วห้าสัปดาห์แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เจ้าหน้าที่จึงให้รอได้บัตรใบใหม่แล้วค่อยอีเมลเอกสารสองอย่างนี้มาก็ได้
การส่งมอบเอกสาร
วันที่ไปมอบเอกสารสำนักงานเขต (Bürgeramt) เป็นการตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วน และถูกต้องหรือไม่
เอกสารที่เช็กกันในวันนั้นมีทั้งต้นฉบับและสำเนา ไม่ว่าจะเป็นสูติบัตร ใบพำนัก สัญญางาน ผลสอบ บางแผ่นดูแล้วคืนทันที และบางแผ่นก็ถูกเก็บเข้าแฟ้มคำร้อง สิ่งที่สำคัญในขั้นตอนนี้คือ ความครบถ้วนของเอกสาร เอกสารตัวจริงและสำเนา ด้วยความที่เอกสารมีเยอะ เราจึงควรเรียงลำดับให้ถูกต้อง และแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน
คำถามเพิ่มเติมก็คือการยืนยันข้อมูลพื้นฐาน วันเกิด ที่อยู่ การสะกดชื่อคำ เป็นต้น และขั้นตอนสุดท้าย เจ้าหน้าที่มอบเอกสารกลับมาให้ฉันสามใบ
- Aktenzeichen หรือหมายเลขประจำเคสของเราสำหรับอ้างอิง
- Gebührenbescheid คือ วิธีการจ่ายเงินจำนวน 255 ยูโร
- รายการเอกสารที่ยังไม่ครบ
เอกสารทั้งสามอย่างนี้ มีสิ่งสำคัญคือ
- ขั้นตอนการ “ตรวจสอบใบสมัคร” (Ermittlung) นั้นจะเริ่มหลังจากที่ได้รับค่าสมัครแล้ว ซึ่งแต่ละเขต และละเมืองจะนับเวลาและเริ่มขั้นตอนนี้ต่างกัน
- หากมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนที่อยู่ ย้ายเขต ย้ายงาน สถานะครอบครัว หรือมีบุตร ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เคสเสมอ ไม่เช่นนั้นอาจจะกระทบต่อการดำเนินเรื่องได้
- หากผู้สมัครไม่สามารถปฏิบัตรได้ตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีการพิจารณาใบสมัคร หรือดำเนินการขั้นต่อไป
ฉันคิดว่า จะรอให้ได้รับบัตรวีซ่าถาวรใบใหม่ ชำระเงิน แล้วค่อยอีเมลข้อมูลที่เหลือกลับไปพร้อมกันทีเดียว ซึ่งทั้งเจ้าหน้าที่และตัวฉันเอวค่อนข้างแน่ใจว่ามันจะไม่มีปัญหาอะไร
เจ้าที่บอกว่าขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่การพิจารณาใบสมัคร หน้าที่ของฉันจึงเหลือเพียงการรอ
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ใจฉันเหมือนอยู่ที่นั่นนานกว่านั้นมาก
การรอผลพิจารณา
เนื่องจากว่าระยะเวลาพิจารณาในเบอร์ลินไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละเขต เบอร์ลินเป็นเมืองใหญ่ บางเคสรอกี่ไม่กี่เดือน บางคนรอกันข้ามปี กรณีของฉัน ในเขต Friedrichshain-Kreuzberg นั้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าประมาณ 12 เดือน นับจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียม (Gebühr)
อีกประเด็นหนึ่งที่ยังคลุมเครือกันอยู่ นั่นคือ หากเปลี่ยนงาน หรืออยู่ในช่วงทดลองงาน กระทั่งการย้ายที่อยู่ (ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเขตที่อยู่อาศัย) ระหว่างการขอสัญชาตินั้น ก็มีประสบการณ์จากบางคนอ้างว่า “เวลาที่ต้องรอ” จะยิ่งนานขึ้นไปอีกกว่าปกติ ซึ่งไม่ว่าจะเท็จจริงอย่างไร ทุกการเปลี่ยนแปลงของผู้สมัคร โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งสถานะแต่งงาน สถานะทางการเงินนั้น “ต้องแจ้ง” ให้ผู้ดูแลใบสมัครของเรารับทราบทุกครั้ง
สำหรับฉันเอง หลังมอบเอกสารแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรอีกเลยนอกจากรอ ตอนแรกๆ ก็ยังตื่นเต้นแต่พอนานเข้าก็ลืมไปแล้วว่ากำลังรอผลการขอสัญชาติเยอรมัน ตัวฉันเองไม่ได้เร่งรีบ เพราะอย่างไรเสีย ตัวเองก็มีใบพำนักถารวรในเยอรมนีแล้ว
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
| รายการ (ระหว่างปี 2021-2023) | ราคา |
|---|---|
| ค่าสมัคร | 255€ |
| ค่าสอบ Einbürgerungstest | 25€ |
| ค่าปรึกษาทนาย | 89€ |
รวมค่าใช้จ่ายในการขอสัญชาติเยอรมันในเบอร์ลินจาก ประสบการณ์จริง 369 ยูโร
สิ่งที่ไม่มีใครบอก (ก่อนสมัคร)
- ใช้เวลาและเอกสารไม่เหมือนกัน แม้อยู่เมืองเดียวกัน
- การรอคือส่วนหนึ่งของขั้นตอน
- ไม่มีอัพเดท แปลว่ายังไม่ถึงคิว
- ความเงียบไม่ได้แปลว่ามีปัญหา
- เอกสารต้องครบ และต้องเป็นจัดให้เป็นระบบ
- ต่อให้เตรียมพร้อม ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างทางได้
- อย่าเชื่อประสบการณ์คนอื่นทั้งหมด
- มีอะไรต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เสมอ
- ทุกอย่างมักใช้เวลานานกว่าที่คิด
วันที่ได้รับสัญชาติ
ขั้นตอนการพิจารณาใบสมัครขอสัญชาติเยอรมันได้เสร็จสิ้นแล้ว ได้รับอีเมลเชิญ ไปรับเอกสารรับรองสัญชาติ (Einbürgerungsurkunde) ระยะเวลาทั้งหมดตั้งแต่วันยื่นเอกสารก็ราว 12 เดือนพอดี
วันนั้นใช้เวลาราว 20 – 30 นาทีเท่านั้น เจ้าหน้าที่อธิบายเรื่องสิทธิ์ ความสำคัญของใบสัญชาติ ก่อนให้กล่าวคำปฎิญาณตน (feierliches Bekenntnis) เป็นภาษาเยอรมันตามข้อความในกระดาษที่ทางเขตเตรียมไว้ให้ โดยมีเนื้อหา คือ
- การยอมรับรัฐธรรมนูญ เคารพกฏหมายพื้นฐาน (Grundgesetz) ของเยอรมนี
- ไม่ทำกิจกรรมใดๆ ที่เป็นภัยต่อประเทศ ระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพ
สิทธิในการเลือกตั้งและการคุ้มครองในฐานะพลเมืองเยอรมันจะเริ่มมีผลทันทีหลังจากที่ได้รับใบประกาศในพิธีนี้
ฉันคืนบัตรพำนักอาศัยถาวร รู้สึกใจหายอยู่เหมือนกัน เพราะกว่าจะได้มาซึ่งใบนี้นั้นไม่ง่ายเลย เจ้าหน้าที่ยิ้มให้และยื่นมือมาจับแสดงความยินดี จากนั้นก็เป็นขั้นตอนสุดท้ายจริงๆ คือการทำบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง ซึ่งใช้เวลาไม่นาน เอาล่ะ จากวันนี้ไป ฉันคือชาวไทยและพลเมืองเยอรมันโดยสมบูรณ์แล้ว
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกระบวนการนี้
- เวลาที่ใช้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราเพียงอย่างเดียว
- การรอเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอน
- รายละเอียดเล็ก ๆ สำคัญกว่าที่คิด

วันที่ได้รับสัญชาติเยอรมันในเบอร์ลิน (ปี 2023)